ถ้าใครกำลังสงสัยว่า เอ๊ะ..Code Camp คือ อะไร?  ดีจริงป่าว?  หรือ กำลังลังเลอยู่ว่าจะเรียนดึเปล่า?…. ขอบอกเลยว่าถ้าได้ลองเข้าไป คือ คุ้มแน่นอน!!

ลักษณะสไตล์การสอนในคลาส Code Camp เอง ตอนช่วงเช้า จะเป็นสอนภาคทฤษฏีโดยคนสอนที่มีประสบการณ์เรื่องนั้นๆ จริงมาสอน  ส่วน ช่วงบ่าย จะมีแลป ให้ฝึกทำการบ้านให้เสร็จภายในวันนั้น


สำหรับเราคือได้เข้าไปสัมผัสในฐานะ TA ซึ่งก่อนเริ่มโครงการช่วงที่เขาปล่อยรับสมัคร เขาจะมีการคัด TA จากแบบทดสอบชุดเดียวกับที่ให้ผู้เข้าเรียนลอง เพื่อดูว่า TA มีความรู้มากน้อยแค่ไหนที่จะไปช่วย

 

Full –Stack คืออะไร

Code Camp สอนแบบ Full-Stack ก็คือ มีทั้งเขียนเว็บฝั่งหน้าบ้าน(Front-End) และหลังบ้าน (Back-end)  สอนแบบลงลึกมาก อย่าง Front-End ปัจจุบัน คนอาจจะเห็นว่ามันมี Framework เยอะแยะแล้ว  ไม่จำเป็นต้องรู้ลึกพวก CSS ก็ได้  เพราะFramework มันช่วยได้หมด  แต่ Code Camp จะสอนให้เราได้ลองกับโจทย์ CSS อย่างเดียวก่อนเลยจ้า จะจัดหน้ายังไงใส่เส้น ใส่สี ก็ต้องเจอความลำบากก่อนแล้วค่อยไปเจอความง่าย เค้าก็ค่อยๆ ขยับ ปูพื้นฐานขึ้นมาเรื่อยๆ  เริ่มจาก Bootstrap แล้วก็มาเป็น Framework ที่ใช้งานกันจริงๆ ตามบริษัทต่างๆ คือ ReactJS ผู้เรียนก็จะได้ลองหลายๆ แบบ  จะได้รู้ว่าตัวเองเหมาะกับแบบไหน

 

ส่วนใครถ้าใครชอบแนวการเขียนแบบ Logic เยอะๆ ก็จะได้ลองเรียนในส่วนของฝั่ง Back-End ก็จะได้ความรู้ในการออกแบบ Database SQL หรือเขียน NodeJS กันไป  หากใครชอบการออกแบบ หรือว่าเป็นการตกแต่งสวยๆ รู้สึกว่าสบายมากกับงานแบบนี้ก็เลือกทำด้าน Front-end แต่ถ้าไม่มีปัญหาเลยกับทั้งสองฝั่งนี้ ก็ไปทำงาน Full-Stack ได้เลย!!  และในเร็วๆนี้ CodeCamp#2 จะมีสอน Mobile Application ด้วยนะเออ

ที่คิดว่าคอร์สเรียนนี้ดี คือพอไปเป็น TA แล้วรู้อิจฉามากกกก 555+ คือการบ้านที่ทาง CodeCamp จัดให้อ่ะค่อนข้างครอบคลุมเนื้อหาที่สอน ดัดแปลง 18 ตลบยกกำลังดี TA ก็ตรวจไปคิดตามไป 555 ตัวอย่างการบ้านเช่น ในคอร์ส SQL พื้นฐานข้อนึงคือให้มาแต่ตารางคนสอนกับตารางคอร์ส สองตารางนะ แต่โจทย์มีอยู่ว่า..

ข้อ 2.1 ) เพิ่มนักเรียนลงไป 10 คน

ข้อ 3.1) ให้หาว่าใครเป็นคนสอน และราคาเท่าไร(ห้ามแสดงคอร์สซ้ำ) โดยที่ให้ใช้คำสั่งแค่ statement เดียวเท่านั้น

จากโจทย์ก็อาจจะฟังแล้วตกใจ แค่ Statement เดียว ที่เคยเขียน join ยาวๆ มา หรือติดเขียนตามแบบ ก็ต้องเริ่มคิด ตีโจทย์ให้ออกก่อนละว่าเป็นยังไง แต่คำตอบตรงนี้ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้เรียน ดังนั้นจึงไม่มีเฉลย และทาง Code Camp ก็มี TA (ผู้ช่วยสอน) ที่คอยประกบ  ช่วยให้คำแนะนำว่าจะไปต่อได้ยังไงบ้าง แล้วในคอร์สนี้คือคนเรียนหลากหลายมาก เป็นความท้าทายอย่างนึงที่คนเรียนเอง  ต้องตั้งใจจริงๆถึงจะผ่านไปได้ บางคนจบมาจากสายการท่องเที่ยวงี้ ข้ามสายโดดมาก คือถ้าไปเรียนรู้เองหรือเรียนที่อื่น ก็จะต้องนั่งเสียเวลาในการเดา Code อีกนาน และที่สำคัญ ก็อาจจะไม่เจอ TA สวยๆ คอยประกบช่วยอยู่นะ 555 เอ้า!! จริงไหมล่ะ ถ้าเกิดเรียนรู้เองกับบ้านติดปัญหาจะถามใครดี บางคอร์สที่อื่น อาจารย์ก็ดูจะไม่ใส่ใจเท่าไรเลย แต่อันนี้คือ TA ที่มาก็ต้องมาช่วยคอยตอบคำถามทุกคนตอนทำการบ้านและเช็คคะแนน ย้ำว่าทุกคน!! แม้ว่าตัวเองจะรู้สึกชอบการแก้ปัญหาเอง ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะตอนทำงานจริง คุณจะไม่มีอาจารย์หรือ TA คอยช่วยชี้จุดผิดทุกบรรทัดให้ แต่ TA ก็ต้องเข้าไปช่วยเช็คให้อยู่ดีว่า Code ที่รันผ่านคือถูกต้องจริงๆ

ในคลาส Code Camp ที่จัดขึ้นครั้งแรก เรียนกันยาวมากๆ จันทร์-ศุกร์ทั้งวันแหนะ เรียนกันยาวๆ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวา ถึง 16 มีนาโน่น เรียนประมาณ 3 เดือนด้วยเนื้อหาอัดแน่นและได้ไปเจอปัญหาจริงที่มากกว่าคอร์สเรียนทั่วไปที่อยู่แค่ภายในห้องเรียน  มีรับรองส่งต่อบริษัทชั้นนำเพื่อเข้าฝึกงานต่อด้วย เรียกได้ว่าทั้งทฤษฏีและการบ้านก็เข้มแล้วยังได้ลองงานจริงแม้ว่าตัวเองจะข้ามสายมา จบไม่ตรงสายไม่มี portfolio ไรไปโชว์ คือ Code Camp นี่ถือว่าเปิดโอกาสมาก ถ้าใครอยากรู้ว่าเนื้อหาคอร์สสอนอะไรบ้าง ก็เข้าไปดูที่เว็บได้เลย และก็ข้อมูลอื่นๆว่าบริษัทอะไรที่เข้าร่วมเป็น partner บ้าง

https://www.facebook.com/CodeCampThailand/

https://www.codecampthailand.com

 

เขียนโดย : Ploy, Varathanamongkolchai